การทำ Hardening ในระบบไฮโดรโพนิกส์

การทำ Hardening ในระบบไฮโดรโพนิกส์



   ในวิชาพืชสวน คำว่า Hardening (ฮาร์ดเดนนิ่ง) คงเป็นคำที่ได้ยินกันเป็นเรื่องปรกติฮาร์ดเดนนิ่ง คือ การทำ ให้ต้นกล้ามีความแกร่งก่อนที่จะย้ายปลูก วิธีการคือ เมื่อต้น กล้าใกล้จะได้ขนาดเหมาะสมที่จะทำการย้ายปลูก จะเริ่มให้ น้ำน้อยลง และเพิ่มแสงแดดให้จัดขึ้นเรื่อยๆ ช่วงนี้ต้นกล้าจะ เริ่มมีความแกร่ง ใบจะหนาขึ้น สีจะเข้มขึ้นทนแสงแดดได้ ดีขึ้นเมื่อทำการย้ายปลูก ต้นกล้าจะมีอัตรารอดสูง ช้ำน้อย เพราะต้นแข็งและจะโตเร็วกว่าต้นกล้าที่ไม่ได้ทำฮาร์ดเดนนิ่งเมื่อย้อนกลับมามองไฮโดรโพรนิกส์ซึ่งทำแตกต่างกัน    เมื่อตอนที่ผมได้เข้าอบรมเมื่อ10 กว่าปีที่แล้ว ผมถูกสอนให้ เพาะต้นกล้าที่น้ำเปล่าหลังจากนั้นให้ใช้ปุ๋ยอ่อน EC ประมาณ 0.8 พรางแสงด้วยสแลน ต้นกล้าที่ได้จะไม่ค่อยแข็งแรง ต้น ยาวยืด แต่เมื่อ10 กว่าปีที่แล้ว อากาศยังไม่ร้อนขนาดนี้ โรคก็น้อย มันก็เลยปลูกได้ดีพอสมควร แต่ในปัจจุบันการปลูก ผัก ปลูกได้อยากขึ้นเพราะอากาศร้อน โรคและแมลงมากขึ้น ผมจึงเริ่มมองหาวิธีที่จะทำให้เราปลูกผักได้ดีขึ้น จึงมองว่าวิธีการฮาร์ดเดนนิ่งน่าจะนำมาปรับใช้กลับไฮโดรโพรนิกส์แล้วทำให้เกิดผลดียิ่งขึ้น ผมจึงเริ่มทำการทดลอง จากการทดลองผมได้วิธีการฮาร์ดเดนนิ่งในไฮโดรโพรนิกส์ ดังนี้
     กหลังจากนั้นนำออารเพาะเมล็ดหลังจากใส่เมล็ดในถาดปลูกแล้วให้พัก เมล็ดไว้ในร่ม 24 ช.ม. กมาที่แดดอ่อนๆ ช่วงนี้พยายามอย่าให้อุณหภูมิเกิน 30 องศาเซลเซียส ถ้า เกิน 30 องศา ยิ่งมากเท่าไหร่อัตราการงอกยิ่งต่ำลง    ควรใช้ EC ในการเพาะ เมล็ดที่ 1.8 ตลอด การให้ปุ๋ยมากๆ จะทำให้ผักดูดน้ำได้ยากขึ้นมันก็คือวิธีการ ทำให้ต้นกล้าได้ น้ำน้อยนั่นเองเมื่อต้นกล้าอายุได้ 3 วัน นับจากวันที่หยอดเมล็ด จึงเริ่มให้แสงมากขึ้น โดยการเปิด สแลน อย่างที่ฟาร์มเมื่อต้นกล้าอายุ 3 วัน จะปิดสแลนช่วง 9.00 น. และเปิดช่วง 17.00 น. จะเห็นว่าเราปิดสแลนเป็น เวลา 8 ช.ม. พอต้นกล้าอายุมากขึ้น ช.ม.การปิดสแลนจะ น้อยลงจนต้นกล้าอายุ 14 วัน ที่ฟาร์มก็จะย้ายปลูกในช่วง ท้ายๆ คือก่อนอายุ 14 วันสอ ในบางวันแทบไม่มีการปิดสแลน เลย   ต้นกล้าผักนั้นจะมีความสามารถทนร้อนได้ดีกว่าผัก ใหญ่ การทำแบบนี้จะทำให้ได้ต้นกล้าที่แข็งแรง ไม่ยืด เวลาย้ายจะแตกหักได้ยาก ทนต่อโรค ที่ฟาร์มของเราจะไม่มี โต๊ะอนุบาลผัก จะมีแต่โต๊ะเพาะเมล็ดและโต๊ะปลูกผักใหญ่ เท่านั้น ในหน้าร้อนการย้ายผักหลายๆ ครั้งจะไม่เป็นผลดี เพราะทุกครั้งที่เราย้ายผักรากผักรวมถึงส่วนนอื่นๆของผักจะมีความเสียหาย เสี่ยงที่จะเกิดโรค ถ้าไม่เกิดโรคก็ต้อง ใช้เวลาปรับตัวทำให้โตนาน จึงส่งผลให้ผักโตช้า

ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุญสันต์

Visitors: 24,331