ผลของค่า EC ที่มีต่อการปลูกผัก

ผลของค่า EC ที่มีต่อการปลูกผัก

   
   
   ในพื้นที่เขตหนาวทางยุโรปจะนิยมปลูกผักสลัดที่มีค่า EC ประมาณ 2.0 กว่าๆ จะช่วยให้ผักของเขาโตดีและไม่ขม เพราะมีอากาศเย็น แต่ในไทยอากาศร้อนไม่ควรปลูกผัก ที่มีค่า EC สูงมากๆ เพราะจะทำให้ผักมีรสขมดังนั้นในประ เทศไทยเราจะนิยมปลูกผักสลัดที่ค่า EC ประมาณ  1.2-1.8 หรืออาจจะสูงมากกว่า1.8 ถ้าเป็นช่วงที่มีอากาศเย็นมากๆ (ฤดูหนาว)
- การปลูกผักที่ค่า EC ต่ำ จะทำให้ผักไม่ค่อยขม กรอบ รสชาติดี ทำสลัดอร่อย สีไม่จัดมาก ผักที่ได้จะมีลักษณะต้น ใหญ่ฟู สวย ทรงพุ่มไม่แน่น แต่น้ำหนักเบา โดยผักจะเริ่ แทงยอดเมื่ออายุยังน้อยทำให้ได้ผักต้นไม่ค่อยใหญ่ หากมีการเคลื่อนย้ายผักจะแตกหักและเหี่ยวได้ง่าย
- การปลูกผักที่ค่า EC สูง ผักจะสีเข้ม แทงยอดช้า น้ำหนักดี แตกหักและเหี่ยวยาก ปลูกอายุมากได้ ผักจะต้นใหญ่ แต่ผักจะแข็งและขมทำสลัดไม่อร่อย ส่วนมากเวลาเก็บมา แล้วต้องแช่เย็นให้ลืมต้นก่อนค่อยนำมาบริโภค
   
   การเติมปุ๋ยชดเชยเพิ่มก็จะให้ผล เช่น น้ำที่ฟาร์มผม ค่า EC น้ำอยู่ที่ 0.6 ถ้าต้องการปลูกผักที่มีค่า EC 1.2 แล้วเราเติมปุ๋ยลงไปให้ได้ค่า EC 1.2 เมื่อนำมาบวกเพิ่ม EC น้ำอีก 0.6 ก็จะเป็น1.8 การปลูกผักที่ 1.8 ก็คือการปลูกที่ EC สูง ซึ่งจะให้ผลดังที่กล่าวมาแล้ว เพราะฉะนั้นการปลูก ผักเราจะไม่ดู EC ตั้งต้นของน้ำ แต่เราจะดู EC ที่ใช้ปลูก หากอยากได้ผักอร่อยก็ควรปลูกที่ค่า EC ต่ำ อยากได้ผัก น้ำหนักดีก็ปลูกที่ค่า EC สูง แต่ถ้าอยากได้ทุกอย่างคง เป็นไปไม่ได้ (ได้อย่างต้องเสียอย่าง)

ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุญสันต์
Visitors: 22,897