เราควรล้างระบบด้วยกรดไนตริกปีละครั้ง

เราควรล้างระบบด้วยกรดไนตริกปีละครั้ง



   ผู้ปลูกเคยสังเกตุการปลูกผักของตัวเองหรือเปล่าว่า เมื่อระ
บบปลูกเริ่มเก่าเราจะเริ่มปลูกผักได้ไม่ดีเท่าตอนที่ระบบยังใหม่อยู่ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเมื่อระบบเริ่มเก่าก็จะเริ่มมีสิ่งปน
เปื้อน ดังนี้
1.เศษฝุ่นระออง
2.เศษรากพืช
3.เศษผัก
4.เศษวัสดุปลูก
   สิ่งปนเปื้อน 4 ชนิดนี้จะสะสมอยู่ในระบบทำให้การไหล
ของสารละลายไม่สะดวก ซึ่งเป็นที่สะสมของเชื้อโรคและ จุลินทรีย์ต่างๆ ทั้งก่อโรคและไม่ก่อโรค
5.จุลินทรีย์จะเป็นตัวแย่งอากาศในระบบกับรากผักถ้ามีมากๆอากาศจะไม่พอ ส่งผลทำให้รากผักขาดอากาศและเน่าได้
6.ฟอสเฟตที่เกิดจากการตกตะกอนของปุ๋ย การตกตะกอน ครั้งแรกๆ นั้นเกิดจากการปรับ pH ไม่เหมาะสมหรือปล่อยให้ pH สูงเกินกำหนดหรือการใส่ปุ๋ยเข้มข้นลงไปพร้อมๆกันใน ถังสารละลายทำให้ปุ๋ยทำปฏิกิริยาต่อกัน ตกตะกอนแต่หลัง จากนั้นจะเกิดจากฟอสเฟตที่ตกตะกอนอยู่แล้ว ดึงปุ๋ยที่ยังไม่ ตกตะกอนมาตกเพิ่มโดยที่ pH ไม่สูงก็ตกตะกอนได้ อาการนี้ จะทำให้เราเปลืองปุ๋ย(ฟอสเฟตคือปุ๋ยที่ตกตะกอน)เราจึงควรล้างระบบด้วยกรดไนตริก     
   ช่วงใกล้หน้าหนาวนี้ผลผลิตผักจะเริ่มมากขึ้นและราคาก็จะ
เริ่มต่ำลงที่ฟาร์มผมก็จะใช้โต๊ะปลูกผักน้อยลงโต๊ะที่ว่างลงเราก็จะเริ่มทำการล้างด้วยกรดไนตรกแล้วก็สลับโต๊ะปลูกกันไป
เรื่อยๆ  วิธีการล้าง คือ
  6.1. เก็บผักแล้วล้างโต๊ะด้วยน้ำเปล่า
  6.2. เติมน้ำเข้าไปในระบบแค่พอเดินระบบได้
 ควรจะต้องรู้ปริมาณน้ำโดยประมาณถ้าเป็นระบบรวมควรเปิด
น้ำผ่านมิเตอร์ปะปา(ผู้ที่ปลูกระบบรวมควรซื้อมิเตอร์ปะปาไว้ประจำฟาร์มเพื่อไว้ใช้วัดปริมาณน้ำในระบบ)
  6.3.เติมกรดไนตริก 1-2 ลิตรต่อน้ำ 50-100 ลิตร เมื่อเรา ลองเอาน้ำที่ผสมกรดแล้วหยดลงที่พื้นปูนซีเมนต์เราจะเห็นเป็นฟองฟู่(ควรจำลักษณะและปริมาณฟองให้ได้)
  6.4.เดินน้ำผสมกรดในตริกประมาณ 1-2 วัน (ถ้าเป็นระบบ
รวมควรมีถุงกลองที่ท่อน้ำกลับด้วยเพราะจะมีเศษอะไรออกมามากมายและทำให้หัวกะโหลกปั๊มน้ำตันได้ ระบบยิ่งเก่ายิ่งมี ตะกอนออกมามากระหว่างนี้ให้คอยเอาน้ำที่ผสมกรดไนตริกในระบบมาหยดลงที่ปูนซีเมนต์ถ้าฟองเริ่มน้อยให้เติ่มกรดไนตริกเพิ่ม)
  6.5.ถ่ายน้ำผสมกรดไนตริกออกจากระบบถ้าน้ำที่ผสม
กรดไนตริกที่ถ่ายออกมาแล้วนำไปหยดที่ปูนซีเมนต์แล้วมีฟองมากเก็บไว้ล้างโต๊ะต่อไปได้ โดยก่อนล้างโต๊ะต่อไปให้เติม กรดไนตริกเพิ่ม ให้สังเกตุฟองที่หยดลงไปที่ปูนซีเมนต์ เติม มากฟองมากควรจำฟองครั้งแรกๆ ที่ผสมกรดไนตริกให้ได้
  6.6.จากนั้นให้ล้างระบบด้วยน้ำเปล่าและทำการปลูกผักได้
(ถ้าเป็นระบบรวมต้องระวังกรดที่ค้างอยู่ด้วยควรล้างให้แน่ใจว่าไม่มีกรดแล้วค่อยปลูกผัก) หลังจากนี้ระบบเราก็จะสะอาด สามารถปลูกผักได้ดีเกือบเท่าระบบใหม่ๆ

** ข้อควรระวัง **      
  ระบบที่จะทำการล้างด้วยกรดไนตริกได้จะต้องไม่มีส่วนใด
ที่กรดไนตริกสามารถกัดกร่อนได้อยู่ในระบบ

*** ข้อแนะนำ ***
  ถ้าเป็นระบบรวมการออกแบบระบบควรแยกระบบเป็นชุดๆ
เพื่อที่จะได้หยุดระบบบางชุดเวลาที่ความต้องการผักมีน้อย
หรือเวลาซ่อมเเซมระบบและการล้างระบบด้วยกรดไนตริก
รวมถึงการตัดวงจรโรคและการปลูกผักที่ EC ต่างกันมากๆ

ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุญสันต์
Visitors: 20,559