การฆ่าเชื้อในระบบไฮโดรโพนิกส์

การฆ่าเชื้อในระบบไฮโดรโพนิกส์




เชื้อโรคที่เข้ามาในระบบส่วนมากจะมาจาก 2 ทางหลักๆ คือ
  
  1.เข้ามาโดยการปนเปื้อนส่วนมาเป็นพวกแบคทีเรียการปน เปื้อน คือ การนำเข้ามาโดยตรง เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ ฟาร์ม ฯลฯ การสัมผัสกับเชื้อด้วยมือและนำเขามา ผู้มาชม ฟาร์ม คนชื้อผัก หนู สุนัขหรืออะไรก็ได้ที่สามารถนำเชื้อมา สัมผัสกับสารละลายหรือต้นผัก หรืออุปกรณ์ต่างๆที่เราใช้ใน การปลูกผักได้  เชื้อพวกนี้ถ้าเขามาระบาดในระบบสามารถจัด การได้โดยการหยุดระบบแล้วล้างด้วยกรดไนตริก ตามข้อ เขียนในสมุดบันทึกข้อที่ 25 และจัดการแก้ปัญหาการปน เปี้อนจากปัจจัยที่กล่าวมาแล้วให้ได้ จะช่วยให้การเกิดการ ระบาดของโรคได้ยากขึ้น

  2.การระบาดของเชื้อโรคที่มากับอากาศเชื้อพวกนี้จัดการ
ได้ยากกว่าเพราะถ้าเราล้างระบบด้วยกรดไนตริกแล้วและเชื้อในระบบไม่มีแล้วในวันนี้ จากนั้นเราล้างด้วยน้ำเปล่าเสร็จก็จะ มีเชื้อที่มากับอากาศมาเกาะที่รางปลูกทันทีเพราะในอากาศมีเชื้อพวกนี้อยู่ตลอดเวลา เชื้อพวกนี้จะรอเวลาที่จะระบาดเมื่อ ใดก็ได้ที่ผักอ่อนแอหรือสภาวะเหมาะสมเมื่อไร มันก็จะระบาด ทันทีเพราะฉนั้นการใส่ไตรโคเดอร์มาให้มีไตรโคเดอร์มาอยู่ในระบบตลอดเวลาไตรโคเดอร์มาจะคอยจัดการกับเชื้อโรคไม่ให้เกิดการระบาดได้
   แต่มีบางท่านอาจจะคัดค้านว่าใส่ไตรโคเดอร์มาแล้วยังมี โรครากเน่าจากเชื้อราพริเที่ยมระบาดอยู่ส่วนมาก จากการวิ เคราะห์เราพบว่าเกิดจากการปรับ pH(อ่านเรื่องการปรับ pH ในสมุดบันทึก) ไม่ถูกต้องทำให้รากถูกกรดลวกจนเป็นแผล แล้วเชื้อเข้าทำลาย สภาพความเป็นกรดที่ลวกรากได้จะทำ ให้ไตรโคเดอร์มาเสื่อมคุณภาพแต่ในทางกลับกันเชื้อราพริ เที่ยมกลับชอบจึงทำให้เกิดการระบาดและอีกสาเหตุ คือ ในสูตรปุ๋ยมีแอมโมเนี่ยมและปลูกโดยใช้น้ำอ่อน (อ่านเรื่อง น้ำอ่อนในสมุดบันทึกครับ)

สรุป
   การฆ่าเชื้อในระบบใช้การล้างด้วยกรดไนตริกปีละครั้งก็ เพียงพอไม่ต้องใช้อย่างอื่น การจัดการกับโรคที่ดี คือ การรัก ษาความสอาด การจัดการ EC pH และการใส่ไตรโคเดอร์มา อย่างถูกต้องก็จะทำให้การเกิดโรคน้อยลงหรือไม่เกิดอย่าง
แน่นอน  ส่วนการใช้คลอรีนล้างระบบนั้นไม่มีผลเสียครับ แต่ คลอรีนฆ่าเชื้อได้อย่างเดียว  ส่วนการใช้กรดไนตริกจะช่วย ฆ่าเชื้อและขจัดฟอสเฟตที่ตกตะกอนออกด้วยการล้างด้วย
คลอรีนทุกครั้งที่เก็บผักจะฆ่าเชื้อไตรโคเดอร์มาไปด้วยและอย่างที่เขียนล้างเสร็จแล้วก็มีเชื้อโรคมาเกาะอยู่ดีล้างบ่อยๆจะเป็นการสิ้นเปลืองเพราะเมื่อก่อนผมทำมาก่อนแต่ตอนนี้ผมล้างด้วยกรดไนตริกปีละครั้งครับ

ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุญสันต์

Visitors: 20,559