ฟอสเฟต

ฟอสเฟต



  ฟอสเฟตเป็นปุ๋ยหรือธาตุอาหารที่ตกตะกอนอยู่บริเวณผิว หน้าของอุปกรณ์ในระบบปลูกที่สัมผัสกับสารละลายธาตุอา หาร เช่น รางปลูก ท่อส่งน้ำ ท่อน้ำกลับ  ถังสารละลาย ฯลฯ เนื่องจากสภาวะที่ไม่เหมาะสม เช่น pH ที่สูงเกินเวลาปลูก ถามว่าสูงเท่าไรก็ตอบได้ยากเพราะธาตุอาหารบางตัวก็เริ่ม ตกตะกอนที่ pH ประมาณ 5.8 หมายถึง pH 5.8 ที่วัดได้ ที่ถังสารละลายแต่ pH บริเวณรูทโซนหรือบริเวณผิวของราก พืชจะมี PH มากกว่า 5.8 อาจจะเป็น 6 หรือ 7 ก็ได้ บริเวณนั้นจึงมีการตกตะกอนของธาตุอาหารบาง ท่านอาจจะ สงสัยว่าแล้วทุกวันนี้เราปลูก เลี้ยงผักที่ pH ประมาณ 6-7 อยู่การตกตะกอนของฟอสเฟต คงจะมากทำไมเราไม่ปลูก เลี้ยงที่ pH  ต่ำกว่านี้ไปเลยเพี่อป้องกันการตกตะกอนของ ฟอสเฟต  เมื่อก่อนเราปลูกเลี้ยงผักที่ pH ประมาณ 5.2 การตกตะกอนก็ยังมีอยู่เพราะบางช่วงเวลาที่ยังไม่ถึงเวลาปรับ pH ค่า pH ก็จะขึ้นไปสูงทำให้มีการตกตะกอนของฟอส เฟตได้ แต่ผลเสียของการปลูกผักที่ pH 5.2 จะมีมากกว่า คือทำให้รากเน่าได้ง่าย
   ฟอสเฟตที่ตกตะกอนอยู่ก่อนจะคอยดึงให้ธาตุอาหารตก ตะกอนเป็นฟอสเฟตเพิ่มมากขึ้นยิ่งมีฟอสเฟตจำนวนมาก  การตกตะกอนของธาตุอาหารก็จะตกตะกอนได้มากเเละเร็วขึ้นเป็นเงาตามตัว  ดังจะเห็นได้จากการทดลองวิทยาศาสตร์ ตอนที่พวกเรายังเป็นเด็กๆที่นำสารสมมาบดแล้วต้มให้ละลายจากนั้นใช้เชือกใส่ลงไปให้สารสมตกตะกอนแล้วเกาะที่เชือกตอนตมครั้งแรกจะมีตะกอนเกาะที่เชือกนิดหน่อยแต่พอต้มครั้งที่สองแล้วเรานำเชือกที่มีสารสมเกาะอยู่นิดหน่อยไปเเช่เราจะพบว่าครั้งที่สองนี้มีสารสมเกาะมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ยิ่งเราทำซ้ำอีกสารสมก็จะเกาะมากขึ้นจึงแสดงให้เห็นว่าถ้ามีการตกตะกอนอยู่ก่อนการตกตะกอนครั้งต่อไปจะตกตะกอนได้ง่ายและมากขึ้นเป็นทวีคูณเราได้พิสูตรแล้วว่าการใส่ไตรโคเดอร์มาอย่างสมำเสมอจะช้วยลดการตกตะกอนของฟอสเฟตได้เกือบ 100 % สรุปก็คือการตกตะกอนของฟอสเฟตจะทำ ให้สิ้นเปลืองปุ๋ยทำให้ผักขาดปุ๋ยหรือทำให้ผักใบเหลืองได้ทำให้รางปลูกสกปรกเป็นที่สะสมของเชื้อโรคและตะไครน้ำล้างออกยากทำให้ท่อ สายยางน้ำเข้า หรือกลองอุตตัน ทำให้ปั๊มน้ำสึกกรอนและเสียเร็ว
ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุณสันต์

Visitors: 21,199