ข้อดีและข้อเสียของระบบ DRFT และ NFT

ข้อดีและข้อเสียของระบบ DRFT และ NFT




ข้อดีของระบบ DRFT
1.เวลาไฟฟ้าดับผักจะยังดูดสารละลายได้ทำให้ผักไม่เหี่ยว
2.ระบบนี้ส่วนมากทำด้วยโฟมทำให้น้ำไม่ร้อน (ถังสาร ละลายต้องอยู่ในที่ๆไม่สัมผัสความร้อนเพราะผมเคยพบบางฟาร์มน้ำร้อนเพราะถังสัมผัสความร้อน เช่น วางถัง กับพื้นปูน)
3.ราคาถูก
4.ใช้ฟองน้ำเป็นวัสดุปลูกได้โดยที่โคนผักจะดีเหมือนเพอร์ไรท์
5.ระบบไม่ต้องการเฝ้าระวังด้านเทคนิคมาก เช่น ปั๊มพัง รู้ตอนไหนก็ได้เปลี่ยนช้าเร็วก็ได้
6.ปลูกพืชอายุมากๆ ได้เพราะมีพื้นที่ให้รากมาก

ข้อเสียของระบบ DRFT
1.ไม่ชอบให้น้ำฝนเข้าระบบเพราะจะเปลืองปุ๋ย (ในการ ปลูกผักจำนวนที่เท่าๆกันระบบ NFT และระบบ DRFT จะ ใช้ปุ๋ยและน้ำเท่าๆกันแต่ ระบบ DRFT จะใส่ปุ๋ยไปทั้ง หมดในครั้งแรกเลยแต่ระบบ NFT จะแบ่งใส่หลายครั้ง เมื่อฝนตกเข้าระบบทั้งสอง ระบบ NFT ก็เท่ากับถ่ายน้ำ แล้วก็ใส่ปุ๋ยส่วนที่เหลือแต่ระบบ DRFT จะต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม อีกเพราะใส่ครั้งแรกหมดไปแล้ว) ระบบนี้จึงคลุมด้วย พลาสติกทำให้ร้อนมากในหน้าร้อน
2.เวลามีแมลงระบาดจัดการได้อยากเพราะระยะห่าง ระหว่างต้นผักมีน้อยมองไม่ค่อยเห็น
3.เกิดโรคได้ง่ายเพราะร้อนชื้นและการถ่ายเทอากาศไม่ดี
4.การลดระดับน้ำต้องทำถูกต้องตามความต้องการของผักถ้าลดช้ารากอาจจะเน่าจากการขาดอากาศถ้าลดเร็วรากอาจจะแห้งตาย
5.โฟมทำความสะอาดยาก สะสมเชื้อโรค
6.น้ำหนักมากขาโต๊ะและที่รองรับต้องแข็งแรง
7.ในบางพื้นที่หนูชอบทำรังใต้โต๊ะมากแล้วก็กัดโฟม


ข้อดีของระบบ NFT
1.ทำความสะอาดง่าย
2.อัตราเสี่ยงการเกิดโรคน้อยกว่าเพราะการถ่ายเทอากาศดี
3.เวลามีแมลงระบาดจัดการได้ง่ายกว่าเพราะมีระยะห่างระหว่างต้นผักมาก
4.ตากฝนได้ไม่เปลืองปุ๋ย
5.เชื้อโรคสะสมได้น้อยกว่า
6.น้ำหนักเบากว่าใช้ขาแข็งแรงน้อยกว่าได้

ข้อเสียของระบบ NFT
1.เวลาไฟฟ้าดับผักเหี่ยว
2.ระบบจะร้อนกว่า
3.ราคาแพงกว่า
4.ต้องการการจัดการด้านเทคนิคมากกว่า
5.ปลูกพืชอายุมากๆ ไม่ได้เพราะรากจะเต็มรางน้ำไหล ไม่ได้

สรุปเหตุผลที่ผมเลือกระบบ NFT เพราะปัญหาเรื่องโรคแมลงน้อยกว่าแต่มีปัญหาด้านเทคนิค การจัดการด้านเทคนิคถ้าจัดการได้แล้วด้วยแบบ ใดหรือวิธีใดในวันนี้ก็จะใช้ได้ตลอด แต่การจัดการเรื่อง โรคและแมลงถ้าใช้แบบใดหรือวิธีใดได้ผลในวันนี้วันข้างหน้าอาจไม่ได้ผลเพราะโรคและแมลงมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุญสันต์
Visitors: 21,199