การตั้งเวลาสเปรย์น้ำ

ก่อนอื่นเราต้องทราบข้อมูลบางอย่างก่อน คือ

1. ผักสามารถดูดน้ำได้ทุกส่วนของต้น แต่ละส่วนอาจจะมีความสามารถในการดูดไม่เท่ากัน รากดูดได้มากที่สุดรองลงมาก็คือใบผัก

2. น้ำส่วนมากที่ถูกดูดโดยรากจะไปคายที่ใบ เพราะฉะนั้นเวลาใบผักเปียกผักจะคายน้ำได้น้อย ทำให้รากดูดน้ำขึ้นมาน้อย เมื่อรากดูดน้ำขึ้นมาน้อยก็จะทำให้ผักได้ปุ๋ยน้อย ผลที่ตามมาคือผักจะโตช้า และเมื่อใบผักเปียกมากๆ ผักก็จะดูดน้ำทางใบไปด้วยทำให้การดูดน้ำที่รากน้อยลงไปอีก

3. การสเปรย์น้ำความต้องการจริงๆ ของเราคือต้องการลดอุณหภูมิ เพราะฉะนั้นน้ำที่ถูกสเปรย์ออกมาควรเป็นละอองละเอียด เมื่อสเปรย์ออกมาแล้วก็จะละเหยกลายเป็นไอระหว่างที่ละเหยกลายเป็นไอจะดูดความร้อนและคายความเย็นทำให้อุณหภูมิต่ำลง ถ้าน้ำที่สเปรย์ออกมาเป็นละอองขนาดใหญ่ มันก็จะได้ความเย็นแต่ละอองน้ำจะไปจับที่ใบผักทำให้ผักคายน้ำได้น้อยและจะดูดน้ำทางใบผลที่ตามมาคือผักจะโตช้าเพราะได้ปุ๋ยน้อย

4. การติดตั้งหัวสเปรย์ควรติดตั้งให้ละอองน้ำโดนผักน้อยที่สุด แต่ให้ได้ไอเย็นจากการสเปรย์เพื่อลดการดูดน้ำทางใบ

5. น้ำที่ใช้สเปรย์ควรเป็นน้ำที่คุณภาพดีเหมาะแก่การใช้ปลูกผัก

6. การสเปรย์น้ำให้ผักที่ปลูกอยู่ในโรงเรือนกันแมลงสามารถทำให้ความเย็นอยู่ได้นานกว่า การสเปรย์น้ำให้กับผักที่ปลูกโดยไม่มีโรงเรือน เพราะการสเปรย์น้ำในโรงเรือนเมื่ออากาศในโรงเรือนเย็นแล้วมันจะค่อยๆร้อนขึ้น เนื่องจากการถ่ายเทอากาศทำได้ช้า เพราะมีมุ้งกันแมลงกั้นอยู่ทำให้อากาศร้อนเข้าไปในโรงเรือนได้ช้าและอากาศเย็นก็ออกจากโรงเรือนได้ช้าผิดกับการปลูกโดยไม่มีโรงเรือน เมื่อเราสเปรย์น้ำจนอากาศเย็นแล้วเราก็หยุดสเปรย์หลังจากนั้นลมก็จะพัดอากาศเย็นออกไปทันที และมีอากาศร้อนเข้ามาแทนที่ทันที ที่เป็นแบบนี้เพราะการถ่ายเทอากาศทำได้ดี เนื่องจากไม่มีอะไรกั้นฉะนั้นการจะรักษาความเย็นเอาไว้สำหรับการสเปรย์น้ำในผักที่ปลูกนอกโรงเรือนก็ควรมีสแลนหรือมุ้งกันแมลงมาบังลมด้านที่มีลมพัด (บังลมเฉพาะช่วงที่เราสเปรย์น้ำเท่านั้น)

เมื่อเราทราบข้อมูลต่างๆแล้วเราก็มากำหนดการตั้งเวลา สเปรย์น้ำวิธีที่ผมหาเวลาที่ใช้ตั้งในการสเปรย์น้ำคือ (เราต้องมีเทอร์โมมิเตอร์ด้วย)

1. ให้นำเทอร์โมมิเตอร์ไปไว้ที่แปลงผัก

2. เปิดสเปรย์น้ำพร้อมกับจับเวลาและอ่านเทอร์โมมิเตอร์ไปด้วย (สมมุติว่าอุณหภูมิที่อ่านได้จากเทอร์โมมิเตอร์ก่อนสเปรย์น้ำ คือ 38 °C) เราจะเห็นอุณหภูมิที่เทอร์โมมิเตอร์ลดลงและจะลดลงจาก 38 ไป 37-36-35-34-32-31 เมื่อถึงอุณหภูมิหนึ่ง อุณหภูมิจะไม่ลดลงอีกแล้วในที่นี้อุณหภูมิลงมาที่ 31°C แล้วหยุดให้เราหยุดสเปรย์น้ำแล้วดูเวลาที่เราจับเวลาไว้ว่าได้เท่าไร สมมุติว่าจับเวลาได้ 4 นาที

3. จากนั้นให้จับเวลาหลังจากหยุดสเปรย์น้ำ และดูเทอร์โมมิเตอร์ไปด้วยเราจะเห็นอุณหภูมิขึ้นจาก 31 ไป 32-33-34-35 ถ้าเราคิดว่าอุณหภูมิที่ 35 °C เริ่มร้อนแล้วเราก็ดูเวลาที่จับไว้สมมุติว่าได้ 3 นาทีทีนี้เราก็จะได้เวลาเปิดสเปรย์น้ำ 4 นาที หยุด 3 นาที

***แต่เวลาที่ได้ยังไม่ถูกต้องให้ทำซ้ำตามขั้นตอนที่ 1-3 อีกสักสองสามครั้งเวลาที่ได้จะถูกต้องกว่า จากประสบการณ์เวลาปิดสเปรย์น้ำจะไม่ค่อยเปลี่ยนแต่ระยะเวลาที่เปิดสเปรย์น้ำจะลดลงอาจจะเป็นปิด 3 นาที เปิด 2 นาที***

การหาเวลาการปิดเปิดควรหาค่าเอาไว้ที่อุณหภูมิต่างๆ กันและจดบันทึกเอาไว้เช่น หาค่าที่ 36 °C หรือ 38 ,40 ,42 ,44 ,46 แล้วจดบันทึกเอาไว้ พอวันนี้คาดว่าอุณหภูมิจะขึ้นถึง 40 °C ก็ให้ตั้งค่าการเปิด-ปิดที่บันทึกไว้ที่ 40 °C เพราะแต่ละพื้นที่แต่ละอุณหภูมิค่าการเปิด-ปิดจะไม่ค่อยเท่ากัน

ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุญสันต์

Visitors: 21,199