ปัญหาฟิลเล่ย์กาบใบเน่าและเมื่อผ่าลำต้นข้างในลำต้นจะกลวง

ย้อนอดีตกลับไปเมื่อประมาณ 13 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมเริ่มปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ใหม่ๆ ทุกๆ ปีในหน้าร้อนฟาร์มที่ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์แทบทุกฟาร์มจะเกิดปัญหาโรครากเน่า และเมื่อนำผักไปตรวจหาเชื้อเราก็จะพบเชื้อราพิเธียมเป็นหลัก เมื่อเกิดโรครากเน่าก็จะปลูกผักไม่ได้ คือปลูกแล้วผักไม่โต หรือไม่ผักก็ตายทำให้ต้องหยุดปลูกแล้วล้างระบบฆ่าเชื้อ จากนั้นจึงจะกลับมาปลูกได้และแทบไม่มีใครเลยที่สามารถปลูกผักโดยไม่หยุดหรือเดินระบบโดยไม่มีการล้างระบบ และฆ่าเชื้อเป็นเวลาหลายๆ ปีเหมือนปัจจุบัน ผมเปรียบเทียบว่าโรครากเน่าจากเชื้อราพิเธียมเป็นด่านแรกที่แทบทุกฟาร์มจะต้องเป็น และเมื่อ 13 ปีที่แล้วในหน้าร้อนแทบทุกฟาร์มก็ไม่สามารถผ่านด่านแรกไปได้เลย จนกระทั่งท่านอาจารย์ยงยุทธได้นำเอาเชื้อราไตรโคเดอร์มามาใช้ในระบบไฮโดรโพนิกส์ จากการศึกษาและทดลองเพื่อทำให้ไตรโคเดอร์มาจัดการกับโรครากเน่า ทำให้ผมพบว่า pH ที่ใช้กันอยู่ตอนนั้นคือ 5.2 เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้โรคมีความรุนแรงในหน้าร้อน เราจึงหันไปปลูกผักที่ pH สูงขึ้นและการปรับปรุงสูตรปุ๋ยของท่านอาจารย์ยงยุทธ ก็ทำให้แทบทุกฟาร์มที่นำวิธีการจัดการข้างต้นไปใช้สามารถผ่านด้านแรกไปได้ๆ และก็ทำให้หลายๆ ฟาร์มสามารถเดินระบบโดยไม่มีการหยุดระบบหรือทำการฆ่าเชื้อเลยเป็นเวลาหลายๆ ปีได้

แต่การเกิดกาบใบเน่าของฟิลเล่ย์นี้ ผมเปรียบได้กับว่ามันจะเป็นด่านที่ 2 ซึ่งเรายังไม่เคยพบและยังไม่เคยศึกษาวิจัยวิธีการจัดการและรักษา (แต่เราอาจจะมีวิธีป้องกัน) และผมคิดว่าการเกิดปัญหาในด่านที่ 2 นี้อาจเกิดจาก

1. การใช้ไตรโดเดอร์มาไม่เหมาะสมทั้งปริมาณและระยะเวลาของการใส่

2. ระบบเดินมานานจึงเกิดการสะสมของฟอสเฟตและสิ่งสกปรก

3. มีเชื้อสายพันธุ์ใหม่เข้ามาระบาด

เมื่อตอนที่เราจัดการเชื้อราพิเธียมด้วยไตรโคเดอร์มาได้ ท่านอาจาร์ยยงยุทธท่านดีใจและพูดว่าต่อไปนี้เราคงจะปลูกผักได้โดยไม่มีโรคมารบกวนอีกแล้ว เพราะเราจัดการมันได้แล้วแต่ผมบอกท่านว่าก่อนที่ผมจะมาปลูกผักผมเคยเลี้ยงไก่มาประมาณ 17 ปี และตอนที่ผมเลี้ยงไก่ผมก็พบว่าเมื่อเราจัดการกับโรคที่เกิดในปัจจุบันได้แล้วมันก็จะมีโรคใหม่มาอีก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเมื่อเราจัดการเชื้อราพิเธียมได้แล้วมันก็จะมีโรคใหม่มาอีกจึงทำให้ผมกับอาจารย์หลายท่านร่วมกันจัดอบรมทุกๆ สองปีเพื่อหาทุนไว้ให้อาจารย์จิระเดชเพื่อใช้ทำการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาให้กับพวกเราชาวไฮโดรฯ ทั้งหลาย

ข้อแนะนำในการแก้ปัญหากาบใบเน่าของฟิลเล่ย์ ก็คือการล้างระบบด้วยกรดในตริกปีละครั้ง สำหรับผู้ที่ทำระบบรวมไม่ควรใช้ถังเดียวกันทั้งฟาร์มควรแบ่งระบบออกเป็นชุดๆ หรือเป็นโซนๆ เพื่อเวลาล้างระบบด้วยกรดไนตริกจะได้ไม่ต้องหยุดระบบทั้งหมดแต่จะล้างเป็นชุดๆ หรือเป็นโซนๆ ไป

ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุญสันต์

Visitors: 24,875