ที่มาของการใช้ไตรโคเดอร์มา เหล็ก DTPA และเหล็ก EDDHA ในระบบไฮโดรโพนิกส์

ในเดือนกรกฎาคม 2545 ผมได้มีโอกาสเข้าอบรมเทคนิคและวิธีการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ โดยมีอาจารย์ 3 ท่านเป็นวิทยากรคือ อาจารย์ยงยุทธ เจียมไชยศรี, อาจารย์วีรพล นิยมไทย และอาจารย์อิทธิสุทร นันทกิจ ในครั้งนั้นที่ไปเข้าฟังการอบรม เพราะมีความมุ่งหวังว่าจะปลูกผักที่ปลอดสารพิษโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและยารักษาหรือป้องกันโรคพืชเลย เพื่อนำผักที่ได้มาทำเป็นการค้าและใช้รับประทานในครอบครัว หลังจากผ่านการอบรมอาจารย์ทุกท่านได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ หากมีปัญหาอะไรในการปลูกจะได้โทรศัพท์เพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ ผมเริ่มปลูกผักในระบบไฮโดรโพนิกส์ครั้งแรกต้นเดือนตุลาคม 2545 โดยการปลูกแบบระบบเปิด คือ ไม่มีมุ้งกันแมลง เพราะขณะนั้นผมเข้าใจว่าการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ไม่ค่อยมีโรคระบาดและแมลงศัตรูพืชรบกวน ตั้งแต่เริ่มปลูกผมก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ยงยุทธอยู่ตลอดเวลาโดยผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์ การปลูกในรุ่นแรกผ่านไปได้ด้วยดีไม่พบการเข้าทำลายของโรคใดๆ แต่มีหนอนรบกวนเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถจัดการได้ การปลูกในรุ่นถัดมาคือเริ่มในเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2546 ก็ผ่านไปด้วยดี มีเพียงหนอนรบกวนแต่ก็มากกว่าครั้งแรก ผมจึงสร้างโรงเรือนกางมุ้งกันแมลง และเริ่มปลูกในรุ่นที่สามในเดือนมีนาคม ในครั้งนี้ผมพบปัญหาโรครากเน่าเกิดขึ้น ซึ่งเกิดจากเชื้อราพิเธียม ในตอนนั้นผมยังไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับเชื้อราตัวนี้ แต่ก็มีผู้ปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ที่ปลูกผักมาก่อนผมเขาแนะนำให้ผมใช้ยาฆ่าเชื้อรา ผมจึงได้ถามว่ามีวิธีการอื่นอีกหรือไม่ เขาบอกว่าต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราเพียงอย่างเดียว มิเช่นนั้นจะปลูกไม่ได้เลยเพราะผักจะเป็นโรคตลอดในช่วงฤดูร้อน หลังจากนั้นผมก็เลยโทรศัพท์ไปสอบถามอาจารย์ยงยุทธ ผมบอกอาจารย์ว่าผมจะเลิกปลูกผักไฮโดรโพนิกส์แล้ว เพราะถ้าต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราในระบบการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์โดยไม่ใช้สารเคมีที่เป็นพิษคงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจาย์ยงยุทธจึงบอกว่ามีหนทางที่จะไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราในระบบเพราะอาจารย์กำลังทดลองใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในระบบไฮโดรโพนิกส์ที่บ้านอยู่ อาจารย์ได้แนวคิดมาจากการอ่านวรสารไฮโดรโพนิกส์ที่มีการตรวจพบเชื้อราไตรโคเดอร์มาบางชนิดที่ไม่ใช่ชนิดฮาเซียนัมในสารละลายธาตุอาหาร ประกอบกับอาจารย์รู้ว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มาฮาเซียนัมสามารถทำลายเชื้อราพิเธียมที่ทำให้เกิดโรครากเน่าในระบบไฮโดรโพนิกส์ได้ อาจารย์จึงคิดว่าถ้าญาติของเชื้อราไตรโคเดอร์มาฮาเซียนัมอาศัยอยู่ในระบบไฮโดรโพนิกส์ได้ เชื้อราไตรโคเดอร์มาฮาเซียนัมก็น่าจะอยู่ในระบบไฮโดรโพนิกส์ได้ และถ้าอยู่ได้ก็น่าจะสามารถทำลายเชื้อราพิเธียมได้ อาจารย์จึงนำเชื้อราไตรโคเดอร์มาฮาเซียนัมของบริษัทแอบพลายเคมมาทำการทดลองสองครั้งได้ผลดีทั้งสองครั้ง อาจารย์พัฒนาจากหน่วยเชื้อราของกรมวิชาการเกษตรวิเคราะห์และยืนยันว่ามีเชื้อราไตรโคเดอร์มามากมายที่รากผักและไม่ค่อยมีเชื้อราพิเธียมเหมือนแต่ก่อน อาจารย์ดีใจและโทรศัพท์มาบอกผมและบ่นว่าทำไมต้นกล้าเศษๆ ที่ทิ้งไว้ในโต๊ะอนุบาลที่ไม่ได้เปลี่ยนปุ๋ยและปรับ pH มันถึงได้โตดีนักก็ไม่รู้ ในวันถัดมาผมจึงไปซื้อมาใช้บ้าง ระหว่างการใช้ก็โทรหาอาจารย์ยงยุทธอยู่ตลอดเวลาเพื่อขอคำปรึกษาและคำแนะนำ ผลปรากฏว่าการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถทำให้รากผักดีขึ้นระดับหนึ่งแต่ยังไม่ดีมาก อาจารย์เลยแนะนำให้ไปหาลูกศิษย์อาจารย์ ซึ่งทำเชื้อราไตรโคเดอร์มาอยู่ที่ ม.เกษตรกำแพงแสน คือ รศ.ดร.จิรเดช แจ่มสว่าง ให้ผมไปหาท่านเพื่อขอ

คำปรึกษาและคำแนะนำ วันถัดมาผมจึงไปพบอาจารย์จิรเดชที่ภาควิชาโรคพืช ม.เกษตรกำแพงแสน และได้พบกับคุณอารีรัตน์ แดงกระจ่าง คุณอารีรัตน์บอกว่าอาจารย์จิรเดช กำลังบรรยายเรื่องการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาให้เกษตรกรฟังอยู่มาพบผมไม่ได้ เนื่องจากผมไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้า ผมจึงขอเข้าร่วมฟังการบรรยายด้วย ในระหว่างที่ฟังการบรรยายและดูสไลด์นั้น ผมสังเกตเห็นการทดลองหนึ่งที่ใช้ต้นแตงกวาผ่ารากออกเป็นสองส่วนแล้วใส่ลงไปในขวดน้ำ วิธีนี้คือการปลูกด้วยน้ำหรือไฮโดรโพนิกส์นั่นเอง ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าเราจะใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาจัดการกับโรครากเน่าได้ ในตอนขากลับผมซื้อเชื้อราไตรโคเดอร์มาแบบเชื้อสดมาด้วยและได้นำมาใส่ในระบบ ระหว่างนี้ก็ได้ขอคำปรึกษาจากทั้งอาจารย์ยงยุทธและอาจารย์จิรเดช และผมได้นำสารละลายธาตุอาหารและต้นผักไปตรวจหาผลการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาที่แลปของภาควิชาโรคพืช ม.เกษตรกำแพงแสน ผลปรากฏว่าออกมาไม่ดีเท่าที่ควรเพราะพบว่าเชื้อราไตรโคเดอร์มานั้นไม่สามารถทำลายเชื้อราพิเธียมได้หมด และจากการตรวจสอบยังพบว่ามีเชื้อราพิเธียมเป็นจำนวนมากด้วย ในการนำตัวอย่างไปตรวจครั้งหลังผมพบว่าต้นผักที่เหลือไว้จากการตรวจครั้งก่อนๆ ที่ม.เกษตรกำแพงแสนมีรากออกมาขาวสวยมาก โดยคุณอารีรัตน์นำต้นผักไปใส่ถาดและรดด้วยน้ำเปล่าที่เปิดจากก๊อกน้ำของแลป ผมถามว่าทำไมถึงไม่ใช้สารละธาตุอาหารรด (สารละลายธาตุอาหารประกอบด้วยปุ๋ย A B และปรับ pH ที่ 5.2 ) คุณอารีรัตน์ตอบว่าไม่มีและไม่รู้จักด้วย ในระหว่างทางที่ผมขับรถกลับบ้านผมคิดมาตลอดทางว่ามีอะไรแตกต่างกันระหว่างผักที่ฟาร์มกับที่ ม.เกษตรกำแพงแสน ซึ่งผมมีความผูกพันธ์อย่างหนึ่งระหว่างผมกับ ม.เกษตรกำแพงแสน นั่นคือเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2528 ผมสอบเข้าศึกษาที่เทคนิคกรุงเทพ นักศึกษาใหม่ทุกคนต้องมาเข้าค่ายที่ ม.เกษตรกำแพงแสน 3 วัน 2 คืน ผมได้พักอยู่ที่หอพักนักศึกษา ในช่วงเช้าเมื่อตื่นขึ้นเพื่อทำกิจวัตรประจำวันในห้องน้ำ ได้พบว่า เมื่อเปิดน้ำออกมาจากก๊อกน้ำที่ไหลออกมานั้นจะมีสีขาวคล้ายน้ำนม สร้างความประหลาดใจกับผมเป็นอันมาก แต่พอทิ้งไว้สักพักจึงใสขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยเล่าให้อาจารย์ยงยุทธฟังท่านบอกว่าเป็นเพราะน้ำที่ ม.เกษตรกำแพงแสนเป็นด่างมากเกินไป ทำให้ผมคิดว่ารากผักที่คุณอารีรัตน์ดูแลนั้นออกมาขาวสวยน่าจะเกิดจากความเป็นด่างของน้ำ เมื่อผมกลับมาที่ฟาร์มผมจึงได้ทำการถ่ายสารละลายธาตุอาหารที่แปลงผักออกแล้วผสมน้ำสารละลายธาตุอาหารใหม่โดยครั้งนี้ผมไม่มีการปรับ pH ของสารละลายและใช้ EC อยู่ที่ 1.2 pH 8.5 (pH 8.5 เป็น pH ของน้ำที่ใช้ปลูก) จากนั้นผมสังเกตเห็นว่ารากผักมีอาการดีขึ้นมากมีรากขาวเจริญออกมาใหม่เป็นจำนวนมาก จากนั้นผมได้ปรับ pH ไปที่ 5.2 แล้วพบว่ารากผักมีสภาพแย่ลง ผมจึงโทรศัพท์ไปบอกอาจารย์ยงยุทธว่าผมพบแล้วว่าทำไมเราจึงยังใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในระบบไฮโดรโพนิกส์ไม่ได้ผล เหตุผลเป็นเพราะ pH ที่มีค่าต่ำเกินไปไม่เหมาะสมซึ่ง pH ที่เหมาะสมควรจะเป็น pH ที่สูงขึ้นกว่าเดิม ในตอนหลังผมมีโอกาสได้รับความรู้จากอาจารย์จิรเดชมากขึ้นท่านบอกว่า เชื้อสาเหตุโรคพืชเจริญได้ดี pH ที่ต่ำ แต่เชื้อราไตรโคเดอร์มาเจริญได้ดี pH สูง อาจารย์ยงยุทธท่านมีความเชี่ยวชาญด้านชีวเคมีเป็นอย่างมาก ซึ่งภายหลังจากที่ท่านได้ทราบสาเหตุแล้วท่านโทรศัพท์มาบอกผมว่า หากจะต้องปลูกผักโดยใช้สารละลายธาตุอาหารที่มี pH สูงขึ้นจะใช้เหล็กที่ใช้อยู่เดิมไม่ได้แล้วเพราะเหล็กจะตกตะกอนหมด

เสียก่อน ต้องใช้เหล็กชนิดที่สามารถทน pH ที่สูงขึ้นได้ เช่น เหล็ก DTPA เเละเหล็ก EDDHA แต่ในเมืองไทยยังไม่มีการจำหน่ายเป็นการค้าต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น และเป็นช่วงจังหวะดีที่หัวหน้าฝ่ายเคมีเกษตรของบริษัท ซีบาประเทศไทยในขณะนั้นคือ คุณรพีพรรณ ซึ่งเป็นบัณฑิตเคมีของคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเป็นลูกศิษย์ที่คุ้นเคยกับอาจารย์ยงยุทธ คุณรพีพรรณจึงสั่งเหล็ก DTPA และ EDDHA จากประเทศอังกฤษ โดยเมล์อากาศมาให้อาจารย์ทดลองใช้ในระบบไฮโดรโพนิกส์โดยไม่คิดมูลค่า และปรากฏว่าผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ จากความความรู้ความเข้าใจอย่างสูงในด้านเคมีและไฮโดรโพนิกส์ของอาจารย์ทำให้สิ่งที่อาจารย์คิดค้นขึ้นมาแต่ละอย่างได้ก่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคผักไฮโดรโพนิกส์และประโยชน์แก่วงศ์การไฮโดรโพนิกส์อย่างมากมายเพราะสิ่งที่อาจารย์ได้คิดค้นขึ้นมา เช่น การใช้ไตรโคเดอร์มาป้องกันโรครากเน่าในระบบไฮโดรโพนิกส์ การใช้เหล็ก DTPA และ EDDHA เพื่อทำให้การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มีประสิทธิภาพดีขึ้น การผสมน้ำยาอินดิเคเตอร์สำหรับวัด pH แทนการใช้ pH มิเตอร์ การใช้ไตรโคเดอร์มาให้อากาศ 24 ชม. ก่อนนำมาพ่นป้องกันโรค การปรับปรุงสูตรปุ๋ยและยังมีความรู้อีกมากมายที่อาจารย์ได้ให้แก่พวกเราชาวไฮโดรโพนิกส์ในฐานะที่ผมเป็นชาวไฮโดรโพนิกส์และลูกศิษย์ของอาจารย์คนหนึ่งผมต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ ยงยุทธ เจียมไชยศรีเป็นอย่างสูง

ที่มา : อาจารย์อรรถพร สุบุญสันต์

Visitors: 22,897